10 สมุนไพร ต้านโควิด ที่หาได้ง่ายๆจากที่บ้าน

10 สมุนไพร ต้านโควิด ที่หาได้ง่ายๆจากที่บ้าน

1.ฟ้าทะลายโจร 

ฟ้าทะลายโจร

กลไกต้านไวรัสของฟ้าทะลายโจรป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์ ลดการแบ่งตัวไวรัสภายในเซลล์ เพิ่มภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับไวรัส รวมถึงลดอาการการอักเสบที่ปอดจากการติดเชื้อไวรัส

วิธีใช้ นำใบของต้นฟ้าทะลายโจร นำมาตากแห้งแล้วบดให้เป็นผงปั้นกับน้ำผึ้งเป็นยาลูกกลอน แล้วรับประทานได้ทันทีเมื่อมีอาการหวัด 

ยาฟ้าทะลายโจรแคปซูล ทานครั้งละ 2-4 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน ทันทีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโควิด-19 ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร และผู้ที่มีประวัติแพ้ฟ้าทะลายโจร ไม่แนะนำให้ใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี

 “ฟ้าทะลายโจร” ใช้การรักษา “ผู้ป่วยโควิด-19” ที่อาการไม่หนัก โดย กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก พบว่า สารสำคัญแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) ในฟ้าทะลายโจรน่าจะมีศักยภาพในการช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโคโรนาเข้าเซลล์และป้องกันการแบ่งตัวของโคโรนาไวรัสได้

 2.ขิง

ขิง

มีรสเผ็ดร้อน มีคุณสมบัติอุ่น พบฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยทั่วไปแล้วมักนำมากินแก้หวัด ซึ่งขิงนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ (anti–oxidant) และสารต้านการอักเสบ (anti-inflammatory) อยู่มากมาย เช่น Gingerol, Shogoal และ Paradoal

วิธีใช้ เลือกขิงแก่ นำมาหั่นให้เป็นแว่น ตำและคั้นเอาน้ำ หรือนำมาต้มกับน้ำเปล่า 1 ลิตร โดยต้มประมาณ 5 นาที แล้วตักเอาขิงออก เอาแต่น้ำขิงมาดื่มขณะอุ่นๆ โดยดื่มครั้งละ 1 แก้ว เช้า กลางวันและเย็น น้ำขิงจะช่วยลดน้ำมูกลงได้ หรือจะนำมาผสมกับน้ำมะนาว เติมเกลือเล็กน้อย แล้วดื่ม 

ยาขิงแคปซูล รับประทานครั้งละ 2-3 แคปซูล วันละ 3 ครั้ง เมื่อมีน้ำมูก ไม่มีอาการแล้วให้หยุดได้ (ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีและเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี)

 

3.มะขามป้อม 

มะขามป้อม

เป็นยาแก้ไอ ละลายเสมหะ โดยพื้นบ้านใช้รักษาหลอดลมอักเสบ วัณโรคปอด หอบหืด ช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยสารสำคัญในมะขามป้อมสามารถจับกับขาโปรตีนของไวรัสโควิด-19 และตัวรับ ACE2 ซึ่งมีบทบาทการผ่านเข้าเซลล์ปอด และยังเข้าจับกับเชื้อในหลายตำแหน่งที่มีผลต่อการยับยั้งการสร้างและการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสได้

วิธีใช้ ให้ใช้ผลสด 15-30 ผล คั้นเอาน้ำมาจากผลหรือต้มทั้งผลแล้วดื่มแทนน้ำเป็นครั้งคราวหรือจะทานเป็นผลสดจิ้มกับเกลือ 

 ยาอมหรือยาแก้ไอมะขามป้อมเมื่อมีอาการไอ หากมีอาการเสมหะข้นให้จิบชาชงมะขามป้อมตลอดทั้งวัน หรือจิบน้ำมะนาวแทรกเกลือ (หลีกเลี่ยงการใช้เกลือในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง) เมื่อไม่มีอาการแล้วหยุดได้

 

4.ขมิ้นชัน 

ขมิ้นชัน 

จากการศึกษาในหลอดทดลอง พบว่ามีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ในการป้องกันไม่ให้เชื้อเข้าเซลล์ ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส และช่วยยับยั้งการหลั่งสารอักเสบ สารสำคัญของขมิ้นชัน และ demethoxycurcumine สามารถแย่งจับกับตำแหน่งของไวรัสโควิด-19 ที่มีผลยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสได้

 5.กระเทียม 

กระเทียม 

มีฤทธิ์ต่อระบบภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบ ป้องกันการหลั่งสาร cytokine ที่ทำให้เกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดขาว และช่วยเพิ่มแอนติบอดี้ ชนิด immunoglobulin A (IgA) ซึ่งเป็นด่านแรกของภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยพบมากที่ระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของ B-cell lymphocyte รวมทั้งกระตุ้นการหลั่งของสาร interferon ซึ่งเป็นสารที่สร้างในระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต้านไวรัส สามารถแย่งจับกับตำแหน่ง main protease ที่ช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของไวรัสโควิด-19 ได้

 วิธีใช้ ให้นำกระเทียมมาปอกเปลือกและสับให้ละเอียด จากนั้นก็รับประทานแบบสด ๆ กันไปเลย

 อย่างไรก็ตาม การบริโภคกระเทียมอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ปากเหม็น มีกลิ่นตัว แสบร้อนกลางอก ปวดท้อง โดยเฉพาะการบริโภคกระเทียมสดอาจทำให้อาการเหล่านี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

  1. หอมแดง

หอมแดง

มีสรรพคุณช่วยให้หายใจสะดวกและโล่งขึ้น เป็นสมุนไพรที่นิยมนำมาทุบให้แตกแล้ววางไว้ใกล้ ๆ ศรีษะเพื่อสูดดมตามความเชื่อว่าช่วยรักษาหวัดได้ 

ในทางวิทยาศาสตร์หอมแดงมีสารประกอบกลุ่มออร์กาโนซัลเฟอร์ (Organosulfur) เช่น ไดแอลลิลไดซัลไฟด์ (Diallyl Disulphide) ไดแอลลิลไตรซัลไฟด์ (Diallyl Trisulfide) เอสอัลลิลซิสเทอีน (S-Allyl Cysteine) และอัลลิซิน (Allicin) เชื่อว่ามีคุณสมบัติต้านการอักเสบและอาจช่วยรักษาโรคหวัดได้

วิธีใช้ นำหัวหอมแดงมาทุบให้พอบุบ จากนั้นห่อด้วยผ้าขาวบาง แล้วนำไปวางไว้ใกล้ ๆ หมอนของผู้ที่เป็นหวัด รับรองจมูกโล่ง หายใจคล่องแน่นอน

  1. มะนาว

มะนาว

ผลไม้รสเปรี้ยวที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และสารอาหารมากมายที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกายและระบบภูมิคุ้มกัน มะนาวสามารถบรรเทาอาการจากหวัดได้ โดยเฉพาะอาการเจ็บคอ ช่วยให้หายใจโล่ง ลดอาการไอ ลดเสมหะ โดยต่างประเทศมีการใช้มะนาวเหลืองหรือเลมอนเป็นยาพื้นบ้านในการแก้หวัดด้วย แต่การศึกษาในด้านนี้ยังคงมีจำกัด จึงยังไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่ามะนาวจะช่วยรักษาหวัดได้

 วิธีใช้ นำมะนาวมาคั้นให้ได้น้ำ จากนั้นให้ผสมกับน้ำผึ้งและนำมาชงกับน้ำร้อน ดื่มอุ่น ๆ หายใจโล่ง บรรเทาอาการไอได้ดี

ทั้งนี้ การบริโภคมะนาวเป็นอาหารในปริมาณที่พอเหมาะนั้นค่อนข้างปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยที่น่าเชื่อถือเพียงพอเกี่ยวกับการบริโภคเป็นปริมาณมาก และไม่ควรบริโภคในระหว่างที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรปริมาณมาก เพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้

 8.ตะไคร้ตะไคร้

สามารถใช้รักษาหวัด หวัดใหญ่ แก้ไข้ แก้ปวดหัว ปวดท้อง เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เพิ่มภูมิคุ้มกันได้ดีเยี่ยม ช่วยต้านอนุมูลอิสระ แก้อักเสบ และต้านไวรัสไข้หวัด

วิธีใช้ บุบต้นตะไคร้ 3-4 ต้นให้แตก นำมาต้มกับน้ำเปล่า 1 ลิตรให้เดือด แล้วยกลง รินเอาแต่น้ำมาจิบบ่อยๆ ตลอดทั้งวัน เพราะตะไคร้ก็เป็นสมุนไพรแก้คัดจมูกที่ได้ผลดีเช่นกัน แถมยังช่วยแก้อาการน้ำมูกไหลจากหวัดได้อีกด้วย

  1. พริก

พริก

สมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์มาอย่างยาวนาน  เนื่องจากภายในผลพริกซึ่งมีเมล็ดติดอยู่จะมีสารแคปไซซินที่ก่อให้เกิดความเผ็ด ความเผ็ดร้อนนี้จะทำให้ร่างกายขับเหงื่อและขจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ โดยจะนำสารแคปไซซินที่สกัดได้จากผลพริกมาใช้เป็นส่วนผสมของยาต่างๆ ทั้งชนิดรับประทานและทาภายนอก เช่น ยาแก้หวัด และสามารถรักษาอาการไอได้ด้วย

วิธีใช้ นำต้นพริก ยกเว้นในส่วนของเม็ดพริก มาล้างหน้าให้สะอาดจากนั้นนำมาสับเป็นท่อนสั้นๆ แล้วตากแดดจนแห้ง นำต้นพริกที่ตากแดดจนแห้งแล้วประมาณ 15 กรัมมาต้มกับน้ำ 1 ลิตรให้เดือด รินเอาแต่น้ำมาดื่มก่อนอาหาร โดยดื่มครั้งละ 1 แก้ว ช่วงเวลาเช้า-เย็น สรรพคุณของมันจะช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น

  1. กะเพรา

กะเพรา

สมุนไพรที่คนไทยนิยมใช้แก้ไอ แก้หวัด แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง

วิธีใช้ นำใบกะเพรามาทำเป็นอาหาร  หรือให้นำ เอาใบกระเพราสด(กระเพราแดงหรือกระเพราเขียวก็ได้) 1-2 กำมือไปต้มใส่น้ำพอท่วมต้ม โดยต้มจนให้เหลือน้ำเพียงครึ่งหนึ่ง จากนั้น เอาน้ำมาดื่ม โดยดื่มวันละ 2-3 แก้ว และดื่มได้เรื่อยๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น การต้มควรใช้เพียงครั้งเดียวไม่ควรต้มซ้ำ

 อย่างไรก็ตามการบริโภคมากเกินความจำเป็นอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าช่วยป้องกันหรือรักษาโควิด-19 ดังนั้นการเลือกรับประทานจึงดูตามความเหมาะสมของอาการ และที่สำคัญการป้องกันตนเองจากไวรัสโควิด-19 ที่ดีที่สุด คือการสวมหน้ากากอนามัย รักษาระยะห่าง และรู้สติอยู่เสมอว่าโรคร้ายนี้กำลังแพร่ระบาด จะทำอะไรอย่าลืมป้องกันไว้ก่อน

 

ที่มา news.trueid

ติดตาม ข่าวทั่วไทย ได้ที่เว็บไซต์ www.siamnewsdaily.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *