เซิร์ฟสเก็ต

ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันกีฬาเซิร์ฟสเก็ตค่อนข้างได้รับความนิยมสูงมากไม่ว่าจะเป็นเด็กวัยรุ่น ผู้ใหญ่ ไปจนถึงผู้มีอายุมากกว่า 50 ปี ไม่ว่าจะเป็นด้วยประโยชน์ในการออกกำลังกายหรือด้วยความตื่นเต้นที่ได้รับก็ตาม กีฬาเซิร์ฟสเก็ตถือว่าช่วยเผาผลาญแคลอรี่ ลดน้ำหนักและช่วยฝึกความสามารถในการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม แต่ความสนุกของกีฬาชนิดนี้ต้องแลกมาด้วยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับกระดูก ข้อต่อ เอ็นและกล้ามเนื้อ  เราจะมีวิธีอย่างไร ที่จะลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บลงให้ได้มากที่สุด

ข้อเข่าและข้อศอก มักไม่หัก

นพ.เกรียงศักดิ์ เล็กเครือสุวรรณ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล (WMC) ระบุว่า จากสถิติพบว่าตำแหน่งของข้อเข่าและข้อศอกมักไม่หัก มักจะพบเป็นแค่เพียงแผลฟกช้ำหรือแผลถลอกเท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้วการใส่อุปกรณ์ป้องกันบริเวณข้อศอกและข้อเข่าจะสามารถช่วยลดโอกาสการเกิดแผลถลอกหรือแผลฟกช้ำได้ แต่รู้ไหมว่า นั่นไม่ใช่อุปกรณ์ที่สำคัญที่สุด

“ข้อมือ” คือตำแหน่งที่พบกระดูกหักมากที่สุด

อันดับหนึ่งเลยคือข้อมือ เนื่องจากพบว่าขณะล้ม ผู้เล่นมักจะใช้มือยันลงที่พื้นโดยตรงอย่างไม่ตั้งใจ ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บบริเวณข้อมือได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเอ็นข้อมืออักเสบ หรือกระดูกข้อมือหักก็ตาม อุปกรณ์ป้องกันที่สำคัญที่สุดในการเล่นเซิร์ฟสเก็ตจึงเป็นสนับข้อมือ สำคัญกว่าสนับเข่าหรือสนับศอกเสียอีกใครที่เล่นเซิร์ฟสเก็ตอยู่แล้วยังไม่มี แนะนำให้หามาใช้ด่วนเลย เพราะจากงานวิจัยพบว่า สนับข้อมือสามารถช่วยลดการหักของกระดูกข้อมือได้อย่างดี

กระดูกข้อเท้ามักเกิดการหักหรือร้าวได้บ่อย

 

เซิร์ฟสเก็ต

ลำดับรองลงมา คือ ข้อเท้า ไม่ว่าจะเป็นเอ็นข้อเท้าบาดเจ็บ หรือกระดูกข้อเท้าแตกร้าวก็ตาม เนื่องจากว่า ขณะเล่นเซิร์ฟสเก็ต ต้องใช้ข้อเท้าในการหักเลี้ยวและขยับตัวบอร์ด ทำให้ไม่สามารถที่จะใส่อุปกรณ์ป้องกันชนิดแข็งได้ ส่งผลให้หากเกิดอุบัติเหตุ ข้อเท้าจะเกิดการบิดตัวนำไปสู่การบาดเจ็บได้ในที่สุด

กระดูกแขน กระดูกขาก็พบว่าหัก

จากสถิติพบน้อยกว่าข้อมือและข้อเท้าบาดเจ็บ แต่ก็พบได้เช่นกัน แม้แต่หมอเองก็เคยผ่าตัดผู้ป่วยแขนหักจากการเล่นเซิร์ฟสเก็ต กระดูกอื่นๆ ที่พบอีกได้แก่ กระดูกบริเวณใบหน้า เช่น จมูก คาง กรามเป็นต้น

3 ปัจจัยที่ทำให้เจ็บตัว

  • การกระโดดไม่ว่าจะเป็นการกระโดดจากพื้น หรือการกระโดดจากอุปกรณ์ต่างๆ ล้วนเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการบาดเจ็บ
  • Downhill หรือการไถสเก็ตลงเนิน เพิ่มโอกาสเกิดการบาดเจ็บ เพราะว่าความเร็วของสเก็ตที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เรา control หรือบังคับตัวสเก็ตได้ยากขึ้น และการเกิดอุบัติเหตุที่ความเร็วสูงย่อมทำให้ได้รับการบาดเจ็บที่มากกว่าความเร็วต่ำ
  • ไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกัน จัดเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการบาดเจ็บข้อหนึ่ง การเกิดอุบัติเหตุขณะใส่อุปกรณ์ป้องกันนั้นจะได้รับผลลัพธ์ที่แตกต่างกับไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกันเป็นอย่างมาก กันไว้ดีกว่าแก้ ใส่อุปกรณ์ป้องกันดีกว่า

ส่งท้ายอีกข้อคือ ไม่ควรเล่นเซิร์ฟสเก็ตบนถนนที่มีรถยนต์เด็ดขาด จากสถิติพบว่าอุบัติเหตุรุนแรงในระดับถึงกับเสียชีวิต เกิดจากการเล่นบนถนนดังกล่าว จึงควรหลีกเลี่ยงไปเล่นบริเวณที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามแม้ว่าเราจะสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมแล้วนั้น อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอและการบาดเจ็บย่อมสามารถเกิดขึ้นได้ตามมา การเล่นอย่างมีสติ ไม่หักโหมวู่วาม จึงเป็นปัจจัยที่ดีที่สุดในการป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บ

ที่มา: sanook

ติดตาม ข่าวทั่วไทย ได้ที่เว็บไซต์ www.siamnewsdaily.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *